<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

5 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>


อันดาไปโรงเรียนแล้วนะ
pai trip
Model
2.9 yrs...
Happy New Year
something to say...
...
something about ~ANDA~
ลอย...ลอยกระทง
The First Bike
we'll be back soon...!!
Mom Tag
ทำดี...เพื่อพ่อ
เรื่องของแม่ กับรูปถ่ายของหนู
ชะอำ หาดเจ้าสำราญ และปึกเตียน
ชะอำ...ก่อนลมหนาวมาเยือน
'อันดา' เด็กหญิงที่มาจากทะเล
The moon
บ่ายวันที่ฟ้าเป็นสีเทา
ทฤษฎี ปราบเด็กดื้อ
แม่เหนื่อยแล้วนะ !!!
ต่อปาก ต่อคำ
นอน...กันเถอะ
เหตุ…ที่บันทึกขาดตอน
124 km.
คืนที่สอง วันที่สาม
ตื่นเช้าที่ปราณ เข้านอนที่หัวหิน
คืนแรก กับทะเลที่ปราณบุรี
ก่อนออกเดินทาง
แกะกล่องของขวัญ
แบกลูกเที่ยว
หนึ่งสัปดาห์ของเรา
que sera sera
Teamwork
ทวนเข็มนาฬิกา
ตะลอนพาลูกเที่ยวไป กินไป
หนี (ลูก) เที่ยว
ไปเที่ยวกัน (อีกแล้ว)
Get a life...







ทฤษฎี ปราบเด็กดื้อ

ทฤษฎี ปราบเด็กดื้อ

หลังจากแม่ต้องสู้รบปรบมือกับหนู…อันดา เด็กดื้อ

จู่ๆ แม่ก็เกิดอาการ เหนื่อย อยากนิ่ง และไม่อยากสนใจแล้ว

เมื่อแม่ออกคำสั่ง และหนูเกิดต่อต้าน ไม่ทำ ขัดขืน และอีกหลายอย่าง

จากเดิมแม่เคยเร่งเร้าให้หนูต้องทำ คะยั้นคะยอให้ทำ

แต่เมื่อแม่ – เหนื่อยแล้ว – แม่จึงแค่แสดงสีหน้าไม่พอใจ แล้วเดินออกมาให้ห่างจากสถานการณ์นั้น

ก็กลับกลายเป็นว่า เด็กดื้อ ยอมที่จะทำตามคำสั่งอย่างเงียบๆ

เป็นแบบนี้ 2 -3 ครั้งแล้วล่ะ

เป็นความบังเอิญที่นำไปสู่ความสำเร็จ (ขนาดนั้นเลยนะ)

แม่จึงสรุปเราเอง ว่าหนูเองก็ไม่ชอบการถูกบังคับ [[เหมือนแม่ -­_-""]]

…

แม่พยายามรื้อฟื้นความทรงจำสมัยเคยเรียนจิตวิทยาเด็ก

ในตอนนั้น แม่เอาความรู้ไปใช้กับการเลี้ยงพี่อิ๊บ ปรากฎว่าได้ผลดี

ครั้งนี้ สิบกว่าปีผ่านไป แม่งัดเอาความรู้เดิมมาใช้กับอันดา ก็ปรากฏผลดีเช่นกัน

((แล้วทำไม แม่เพิ่งมาคิดออกว๊า))

แม่คุยกับป้าอิ๋วในเรื่องนี้หลายหน สุดท้ายก็สรุปความได้ว่า

การดื้อ ก็คือหนึ่งในพัฒนาการของเด็ก

ดื้อ เพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง

ดื้อ เพื่อรู้จักเรียกร้องความสนใจ

ดังนั้นเมื่อนี่คือหนึ่งในพัฒนาการของหนู มันจึงเป็นเรื่องที่ยากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นได้

แต่คนที่ต้องแก้ไข คือตัวแม่เอง และปะป๊าด้วยล่ะ

แม่และปะป๊าต้องเข้าใจ อย่าแสดงความสนใจกับการดื้อของหนูเกินไป

และที่สำคัญ แม่ต้องพยายามระงับจิตใจตัวเอง อย่าให้โกรธ และแสดงออกมาให้หนูเห็น

ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก มาก !!!!!

…

ในทางทฤษฎี แม่ว่าวิธีจัดการกับเด็กดื้อได้ดีที่สุด

คือ แม่ต้องเอาหัวใจของเด็ก มาใส่ในหัวใจของแม่เอง

เพราะเด็กไม่มีมารยา ไม่เสแสร้ง

เมื่อคิดอย่างไร ก็ทำออกมาอย่างนั้น

เพราะไร้เดียงสา จึงดื้อ

...

ย้อนกลับไปเรื่องจิตวิทยาเด็ก

เคยมีนักจิตวิทยา ทำการทดลองให้เด็กวัย 9 เดือนคลานบนกระจกหนา

ความกว้างของกระจกก็พอประมาณ แม่จำขนาดของตัวเลขไม่ค่อยได้แล้วล่ะ

ปรากฏว่าเด็กวัย 9 เดือนสามารถคลานบนกระจกใส และข้ามไปยังอีกฝั่งหนึ่งได้

แต่เมื่อเอาการทดลองนี้มาใช้กับเด็กวัยขวบเศษ

ซึ่งมีความสามารถในการคลานได้ดีกว่าเด็กวัย 9 เดือน

แต่ปรากฏว่าเด็กวัยขวบเศษไม่ยอมคลานเลยแม้แต่ก้าวเดียว

นักจิตวิทยาสรุปว่า เพราะเด็กในวัยนี้เกิดความรู้สึกกลัว

เนื่องจากมองเห็นด้านล่างของกระจก

และกลัวความไม่มั่นคงของกระจกแผ่นนั้น

จริงหรือมั่ว ชัวร์หรือมั่วนิ่ม ต้องไปถามนักจิตวิทยาเด็กท่านนั้นเอาเอง

แต่แม่ก็ได้ข้อสรุปอีกหนึ่งเรื่อง

นี่อาจเป็นที่มา ว่าเหตุใดอันดาของแม่ จึงกลัวสารพัดอย่าง

ทั้งที่ตอนเล็กๆ หนูไม่เคยกลัวสิ่งใดเลย

จิ้งจก ตุ๊กแก หนูจับมาเป็นเพื่อนได้หมด

แต่พออยู่ในวัยนี้ แม้แต่แมลงปอยังกลัวเสียน้ำตาร่วง

...

วันนี้ แม่เข้าใจหนูในสองเรื่อง

ดื้อ และ ขี้กลัว

วันหลังจะมีเรื่องใดเกิดขึ้น เพื่อพิสูจน์ความสามารถของแม่อีกหรือเปล่าหนอ

...

ทฤษฎี ปราบเด็กดื้อ

Posted on Sat 20 Oct 2007 16:33

คุณพี่ได้รับของแล้วนะคะ leging สีสรรสดใสน่ารักมากๆ
ไว้ต้นข้าวใส่ได้เมื่อไหร่จะถ่ายรูปมาให้ดูนะจ๊ะ
ขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับของขวัญ
diary of tontarn   
Mon 22 Oct 2007 21:59 [8]

พูดถึงเรื่องการเลี้ยงลูกเนี่ย
เหมือนเป็นบททดสอบของคนเป็นแม่เลยนะคะ
เพราะ.. ไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกของเด็กได้ทั้งหมด
และ อย่างบางวิธีเราก็ไม่สามารถใช้กับลูกตัวเองได้
มันเลยเหมือนมีเรื่องใหม่.. ใหม่ ให้ได้เรียนรู้ตลอดเวลาเลย

คุณแม่ของน้ำก็จบทางด้านจิตวิทยาเหมือนกันค่ะ ^__^

ดีใจนะคะ... ที่น้องอันดาชอบตุ๊กตาแก้มแดง
ที่นี่มีแบบคอลแลคชั่นหยอดเหรียญหลายแบบมากๆ
ของเจ้าตัวนี้

ระหว่างนี้ต่อไป.. เดี๋ยวน้ำจะเป็นคน
ช่วยสะสมให้อีกแรงค่ะพี่เอ นี่ก็แอบหยอดไว้แล้วหลายตัว
( ทำให้นึกถึงเมื่อก่อนว่าชอบสะสมโมเดล ตัวเล็กตัวน้อยมากๆคนหนึ่ง )

สิ่งเล็กๆที่มาจากน้ำใจและความตั้งใจ
มันทำให้น้ำรู้สึกดีอย่างไร และ ที่พี่เอรู้สึกก็เหมือนที่น้ำรู้สึกอย่างนั้น
คงเหลือการ์ดอีกใบ.. อันนี้ความตั้งใจของน้ำจะสมบูรณ์ค่ะ
^-^ คงใกล้จะถึงแล้ว.. หรือเปล่าน๊า
diary of phannida   
Mon 22 Oct 2007 17:57 [7]

โห ได้ฟามรู้กลับไปเพียบ แต่ไอ้ไม่ใส่ใจในความดื้อนี่ทำยากนะคะ ต้องท่องๆๆๆๆๆๆๆๆ
diary of proudlypresents   
Mon 22 Oct 2007 12:25 [6]

*^_^*
diary of littlepalmy   
Sun 21 Oct 2007 10:07 [5]

ป๊าดดดดดด เรียนจิตวิทยาเด็กมาเสียด้วย
แต่คนเรานะมักเป็นแบบนี้แหละ ผงเข้าตาตัวเองมักเอาออกยาก
ที่พูดมาทั้งหมดอ่ะ ใช่เลย เขาดื้อเพราะมีความเป็นตัวของตัวเอง
ยิ่งเราบอกให้เขาทำ เขายิ่งไม่ทำ แต่ถ้าถอยออกมาล่ะทำได้ อันนี้ลองมาแล้วเช่นกัน
ส่วนความกลัวเนี่ย ยังแก้ไขไม่ได้ล่ะ แต่รู้ว่ากลัวเพราะเขารู้เรื่องมากขึ้น
เมื่อก่อนต้นตาลก้ไม่กลัวอะไรเช่นกัน โดยเฉพาะการว่ายน้ำ
ตอนนี้กลัวโลดดดดด ไม่ยอมลงน้ำด้วย ไม่ทราบเขากลัวอะไร หุหุ

ปล. ที่บอกว่า Brainergy ชุดนี้ไม่ได้ทำ แสดงว่าชุดอื่นๆทำเองหมดหรือ เก่งจังอ่ะ
แต่ส้มมีชุดนี้ชุดเดียวนะเพราะป้าหนิงให้มาเล่มเดียว ชุดอื่นเป็นไงไม่รู้เหมือนกัน

diary of tontarn   
Sun 21 Oct 2007 7:04 [4]

อุตส่าห์เรียนครู
ลืมไปด้ายยยย เนอะ
ชั้นไม่เคยเรียนครู แต่เป็นลูกครู
มีแต่ทฤษฎีแบบครูพัก(ลูกครู)ลักจำ
จำเอามาใช้ มั่วบ้าง ไม่มั่วบ้าง
ทุกวันนี้สอนลูก ใช้ทฤษฎีเดียว ทฤษฎีเคาะจานให้หมาน้ำลายหกอ่ะ มานชื่อไรไม่รุ คนทดลองชื่อไรไม่รุ รู้แต่ว่าจะสอนให้ลูกเชื่อฟัง ต้องทำสม่ำเสมอเป็นประจำจนลูกหลอน ราวกับโดนโปรแกรมมาให้เป็นแบบนั้น อิอิ

ตกลงแล้ว คือ เป็นการเล่นกลนั่นเอง
กลสะกดจิตลูก ฮ่าๆๆ
diary of jjbrothers   
Sat 20 Oct 2007 22:35 [3]

ไม่ได้มาหานาน คิดถึงอันดากับแม่เอนะคะ

ตอนนี้อาพัดก็ป่วนอยู่กับมิวมิว เด็กน้อยในปกครองชั่วคราว ใช้วิธีการเดียวกันเลยคะ นิ่ง สงบ สยบความดื้อ
อาพัด   
Sat 20 Oct 2007 21:45 [2]

การตีกรอบให้เด็กมากเกินไป
(ห้ามนู่น ห้ามนี่ นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ควร)
นำไปสู่ความเป็น "คนดื้อ" อย่างถาวรนะ
ท่องจำไว้ให้ดี

ดีแล้วล่ะ ที่ทำใจได้

ไม่มีใครชอบถูกบังคับหรอก
diary of littleasia   
Sat 20 Oct 2007 20:30 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง