12-16 เมษาที่ผ่านมา แม่กับปะป๊าพาหนูขึ้นเหนือไปเยี่ยมคุณยายทวด
ตามสัญญาที่ให้ไว้กับคุณยาย และญาติๆ
อันดาดูตื่นเต้น ดีใจ จนเร่งเวลาให้ไปถึงบ้านยายทวดเร็ว
คงเพราะว่าเมื่อปลายเดือนกุมภาที่ผ่านมาในทริปปายของพวกเรา
แม่พาหนูไปแวะเยี่ยมบ้านยายทวดเป็นน้ำจิ้มไปแล้วครึ่งวัน
ครั้งนั้นหนูติดใจกับบรรดาพี่ๆ ผู้หญิงล้วน รวมทั้งบรรดาญาติๆ มากมายที่รอพบพวกเรา
ที่ไหนมีเพื่อนเล่น ที่นั่นก็จะทำให้หนูติดอกติดใจได้เสมอ
ญาติๆ ทางฝั่งของแม่เป็นพี่น้องตระกูล อ. นับรวมเฉพาะรุ่นลูก และหลานที่มีชื่อนำหน้าด้วยตัว อ.
ก็ร่วมๆ 12 คน เพิ่มหนูไปเป็นคนที่ 13 พอดี
เรียกว่าวันไหนเรียกรวมญาติกันนี่แทบไม่ต้องมองหาเก้าอี้นั่งกันล่ะ ต้องนั่งกระจายกันตามจุดต่างๆ ของบ้านยายทวดปานนั้นเลย
...
คุณยายไปถึงบ้านยายทวดก่อนพวกเรา แล้วก็รีบส่งสัญญาณบอกมาว่า
แม่ให้น้องแอมไปซื้อเค้กวันเกิดมาให้อันดาเป่าเค้กแล้วนะ
ดีใจจัง เพราะเมื่อวันเกิดจริงๆ ของหนูที่ผ่านมา เราฉลองกันแค่ 3 คน มีแม่ ปะป๊า หนู และเค้กก้อนเล็กๆ กับเทียนเลข 3 เท่านั้น
และแล้วเซอร์ไพรส์ของคุณยาย ก็ทำเอาหนูยิ้มจนแก้มปริ แม่เองก็หัวใจชื้นขึ้นมาด้วยเช่นกัน
...
บ้านคุณยายทวดอยู่ในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดเชียงใหม่
คุณตาทวดปลูกบ้านบนที่ดินของตัวเอง สมัยก่อนโน้นยังเป็นเรือนไม้โบราณยกใต้ถุนสูง มีระเบียงและชานบ้านรับลมสบายจากลานโล่งๆ ข้างบ้าน
แต่เมื่อเวลาผ่านไป เรือนไม้ก็ต้องแปรเปลี่ยนสภาพเป็นบ้านหลังใหญ่ครึ่งไม้ครึ่งตึกเพื่อรองรับกับบรรดาลูกหลานที่เพิ่มขึ้น
ลานโล่งๆ ข้างบ้านก็กลายเป็นอาคารเอนกประสงค์หลังใหญ่ของหมู่บ้าน
ดังนั้นลมที่โบกพัดคลายร้อนให้กับคนในบ้านก็พลอยถูกความเจริญของหมู่บ้านบดบังโดยปริยาย
แม่เพิ่งเข้าใจถึงสภาวะโลกร้อนอย่างถึงแก่นแท้ก็ตอนที่ไปนอนบ้านยายทวดหนนี้เอง
ไม่มีเครื่องปรับอากาศที่จะให้พวกเราตั้งอุณหภูมิได้ตามใจชอบยามเราจะนอน
ไม่มีลมเย็นๆ คอยโบกพัดให้สบายตัว
อากาศร้อนจัด หนูก็หลับไม่สนิท ปะป๊าตื่นตั้งแต่ตี 5 เพราะนอนไม่หลับ ส่วนแม่ก็ตื่นมาพร้อมกับไมเกรนกำเริบ
ดังนั้นเมื่อคืนที่ 3 แม่จึงหอบหนู พร้อมกับชวนคุณตาคุณยายไปหาโรงแรมใกล้เคียงนอนกันเถอะ
ในวันนี้เรายังทนกันแทบไม่ไหว แล้วในอนาคตต่อไป เด็กรุ่นหลังจะอยู่กันได้อย่างไรหนอ?
...
กิจกรรมใน 5 วันของการมาเที่ยวบ้านยายทวดก็เปลี่ยนไปตามวาระ และโอกาส และอากาศ (ร้อน...)
เล่นน้ำตก เล่นสาดน้ำสงกรานต์ หาอาหารพื้นเมืองร้านอร่อยกิน
และขี่มอเตอร์ไซค์ชมเมืองที่เปลี่ยนไปเยอะมาก..ก....
สำหรับหนูอันดา แม่ว่าหนูดูมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่
มีเสียงบ่นมาจากเด็กน้อยให้ได้ยินในวันที่สี่ของทริป
แม่อันดาไม่อยากกลับไปชั้น 5 อันดาอยากอยู่บ้านยายทวด อันดาไม่อยากไปโรงเรียน
ก็แหงล่ะเนอะ อยู่ที่นี่ตื่นเช้ามาก็มีพี่ๆ มาชวนหนูไปเล่น
เจริญอาหารก็เพราะมีเสียงชมจากบรรดาญาติๆ ในทุกคำที่หนูตักข้าวเข้าปาก
อิ่มทั้งกาย อิ่มทั้งใจไปตามๆ กัน
...
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา
คืนวันที่ 16 หลังอาหารมื้อเย็นที่บ้านยายทวด เราสามคนก็โบกมือลาทุกคน
แม่บอกอันดาไว้ตั้งแต่เช้าแล้วว่าวันนี้เราจะต้องกลับกรุงเทพฯ กันนะ
แม่ต้องไปทำงาน ส่วนหนูก็ต้องไปโรงเรียน
อันดาย้อนถามแม่
แม่ทำงานทำไมล่ะ แม่ทำงานเยอะแยะเลย
และ...
แม่ อันดาไม่อยากไปโรงเรียน อันดาอยากไปบ้านยายทวด อันดาอยากเล่นกับพี่อั้ม
เหตุผลของการจากลามีมากมาย แม่บอกหนูไปในวันนี้หนูอาจยังไม่เข้าใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่แม่รู้ว่าหนูรับรู้ได้จากการเดินทางครั้งนี้...
ลิ้นชักแห่งความทรงจำของหนู
ได้เพิ่มพื้นที่เล็กๆ สำหรับยายทวด ยายฟอง ยายนาย
และบรรดาพี่ๆ ตระกูล อ. ทั้งหลายเข้าไปอีกหนึ่งยูนิตแล้วล่ะ
...

[[[ หมายเหตุ ]]]
ถึงเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่แวะมาเยี่ยมเยือนไดอารี่ของหนูอันดา
แม่เอของหนูอันดาแวะไปเที่ยวหาในทุกไดอารีแล้วนะคะ
เพียงแต่ไม่ค่อยได้ทิ้งคอมเม้นท์เป็นสัญญาณว่ามาแล้วเท่านั้นเอง
แค่ส่งกระแสจิตไปว่า "ขอบคุณทุกคนที่ยังคิดถึงกันนะคะ"
ได้รับกระแสจิตนี้กันไหม?? |